ภัยทางธรรมชาติอาจไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา คุณอาจจะเคยได้เห็นมาบ้างแล้วว่ามนุษย์มีส่วนในการก่อให้เกิดภัยพิบัติขึ้นได้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ดินถล่ม หรือ ไฟป่า ที่เกิดมีอัตราการเกิดขึ้นสูงตามการเติบโตของสังคมมนุษย์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ หรือ เป็นภัยต่อมนุษย์อย่างมหาศาล ตัวอย่างต้นเหตุจากน้ำมือมนุษย์ได้แก่ การระเบิด การเผาไหม้ อุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลและปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามความแตกต่างระหว่างความหายนะทางธรรมชาติกับสิ่งที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์นั้นไม่ได้มีความชัดเจนอย่างที่หลายคนคิด แต่เราสามารถระบุได้ได้นี้

1.น้ำท่วม

การทำการเกษตรขนาดใหญ่ทำให้สภาพหน้าดินเสื่อมโทรมลงอย่างมาก มันลดปริมาณของสารอาหารและคุณภาพของดิน สิ่งนี้ส่งผลให้พืชโดยรอบเจริญเติบโตได้ไม่ดีพอที่จะช่วยป้องกันน้ำท่วม เช่นเดียวกับการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งเป็นทำลายดินอันอุดมสมบูรณ์ เหลือไว้เพียงดินที่แห้งจนไม่สามารถดูดซับฝนที่ตกลงมาลงไปในชั้นดินได้ ผลที่ตามมาคือปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิดน้ำท่วม

2.ไฟป่า

ภัยธรรมชาติ

ในขณะที่ไฟป่าอาจเกิดขึ้นจากสายฟ้าที่ผ่าลงมาจนเกิดเพลิงไหม้ ในขณะเดียวกันมนุษย์นี่หละที่ต้องสาเหตุหลักของไฟไหม้ เช่น ขยะจากขวดแก้วตามถนนที่รวมแสงแดดจนเกิดประกายไฟ การจุดไฟของเด็กโดยไม่ตั้งใจ เลิกตั้งแคมป์โดยไม่ดับกองไฟให้สนิท ประกายไฟจากล้อรถไฟที่ติดบนหญ้าริมทาง จุดพลุใกล้ต้นไม้ เขี่ยบุหรี่ลงบนพื้นหญ้า

3.ภาวะโลกร้อน

ถือเป็นเรื่องใหญ่สุดที่มนุษย์เรากำลังเผชิญในตอนนี้ ภาวะโลกร้อนเป็นเหตุการณ์ที่โลกมีอุณภูมิสูงขึ้น สิ่งที่กระทบมากที่สุดคงจะไม่พ้นขั้วโลกใต้ในทวิปแอนตาร์กติกาที่ประกอบไปด้วยน้ำแข็ง 90% ของโลก ปกคลุมด้วยน้ำแข็งความหนาเฉลี่ย 2,133 เมตร (7,000 ฟุต) เมื่ออุณภูมิสูงขึ้นทำให้น้ำแข็งค่อยๆละลายลงอย่างช้าๆ หากน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายทั้งหมดระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นประมาณ 61 เมตร (200 ฟุต) นี้เป็นแค่หนึ่งในภัยธรรมชาติที่เราต้องเจอเท่านั้น สิ่งที่ก่อให้เกิดโลกร้อนก็เกิดจากน้ำมือมนุษย์แทบทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เกิดจากปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตาหากรรมทำให้ความร้อนถูกกักอยู่บนชั้นบรรยากาศ การตัดไม้ทำลายป่าซึ่งในธรรมชาติต้นไม้มีหน้าที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง และคืนออกซิเจนสู่ชั้นบรรยากาศ เช่นเดียวกับมหาสมุทรอันเป็นแหล่งดูดซับชั้นเยี่ยมไม่แพ้กัน มันสามารถเก็บได้มากถึง 50% หากมากกว่านี้จะทำให้น้ำมีคุณสมบัติเป็นกรดที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสัตว์ทะเล

ภัยธรรมชาติที่เกิดจากมนุษย์ มีอะไรบ้างมาดูกัน