ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือ อาชญากรรมไซเบอร์ ถือเป็นกิจกรรมที่เป็นความผิดทางอาญาที่ดำเนินการโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ ปัจจุบันตัวเลขการคุกคามมีโนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาอย่างเดียวก็เสียหายเป็นมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาพึงพาเทคโนโลยีในชีวิตส่วนตัวของพวกเขามากขึ้น เทคโนโลยีนี้เหล่านี้เป็นแหล่งเก็บข้อมูลสำคัญของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว ความลับทางธุรกิจ รหัสผ่านบัญชี หลายสิ่งที่กล่าวมานี้ล้วนเก็บอยู่ในรูปแบบดิจิตอลอาจถูกแฮ็กจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีจากภายนอก

ในขณะที่บริษัทใหญ่ หน่วยงานเอกชน หรือ รัฐบาลอาจไม่ใช่เป้าหมายกลุ่มเดียวอีกต่อไป เมื่อประชาชนทั่วไปต่างก็อาจกลายเป็นเป้าหมายของการคุกคามเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ผู้คนตระหนักได้มากสุดนั่นก็คือภัยจาก Ransomware เป็นโปรแกรมเรียกค่าไถ่เมื่อเข้าไปอยู่ในคอมพิวเตอร์จะทำการเข้ารหัสข้อมูลในเครื่องเป้าหมายเอาไว้ หากต้องการข้อมูลคืนจะต้องจ่ายเงินตามที่กำหนดเอาไว้ในรูปแบบของบิทคอย์ ซึ่งเป็นภัยใหม่ที่ไม่สามารถตามจับคนทำได้ อีกทั้งยังมีเป้าหมายไม่เลือกกลุ่มสร้างความสูญเสียเป็นวงกว้าง

ความตื่นตัวของผู้คนต่อภัยคุกคาม

ภัยคุกคามทางไซเบอร์

เราได้ทำการสำรวจผู้คนจำนวน 100 คน เกี่ยวกับความคิดเห็นในเรื่องความปลอดภัยบนสังคมไซเบอร์ เราสามารถรู้ได้ว่าผู้คนเหล่านี้มีวิธีรับมือกับปัญหาเบื้องต้นได้อย่างไรด้วย 6 ข้อดังนี้

  1. 1.57 คน อ้างว่าเปลี่ยนรหัสบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ
  2. 2.52 คน พยายามหาแอนตี้ไวรัสมาติดตั้งเพื่อเสริมความปลอดภัย
  3. 3.49 คน เริ่มเปิดใช้งานรหัสผ่านแบบ PIN หรือรหัสผ่านทั่วไปบนอุปกรณ์พกพา
  4. 4.46 คน จะไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกันบนเว็บไซต์ต่างๆ
  5. 5.28 คน เปิดใช้งานยืนยันตัวสองขั้นตอน (two-factor authentication) ผ่านโทรศัพท์มือถือ
  6. 6.มีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ไม่สนใจเรื่องความปลอดภัยบนโลกออนไลน์

ประชาชนสามารถป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างไร

  1. 1.ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โทรศัพท์มือถือ และอัพเดตโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ
  2. 2.โทรศัพท์มือถือเป็นเป้าของการโจมตีได้ง่าย ป้องกันด้วยการใส่รหัสผ่านที่รัดกุม หรือ ติดตั้งแอนตี้ไวรัส
  3. 3.ใช้งาน Cloud อย่างระมัดระวัง เนื่องจากเป็นบริการออนไลน์เพื่อให้คุณสามารถจัดเก็บแบ่งปันและเข้าถึงข้อมูลได้จากทั่วทุกมุมโลกอย่างง่ายดาย นั่นจึงทำให้มันตกเป็นเป้าได้ง่ายด้วยเช่นกัน
  4. 4.อย่าทำธุรกรรมบนเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นบนเครือข่ายไวไฟของร้านกาแฟ หรือห้างสรรพสินค้า ต่างก็เป็นการเชื่อมต่อที่ความปลอดภัยต่ำ หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ต้องพิมพ์ข้อมูลบัตรเครดิต หรือการโอนเงินบนสถานการณ์ดังกล่าว
  5. 5.เลือกเข้าเว็บไซต์ HTTPS คำว่า “S” ย่อมาจาก “Secure” ที่แปลว่าปลอดภัย เป็นการเข้ารหัสข้อมูลรูปแบบใหม่ที่เป็นมาตฐานสากลของเว็บไซต์ทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของผู้ใช้งานจะปลอดภัยระหว่างการท่องเว็บ
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ คืออะไร และส่งผลกระทบอย่างไรต่อสังคมบ้าง